อริยะธรรม เว็บธรรมะและคำสอนของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์จี้กงและองค์พุทธะ

 ลืมรหัสผ่าน
 [ สมัครสมาชิก ]
ค้นหา
การบำเพ็ญธรรม คือ ทุกวันได้ขัดเกลาจิตใจ ยิ่งบำเพ็ญยิ่งสว่างใส ยิ่งศึกษายิ่งเข้าใจธรรมะกระจ่างชัด
ดู: 551|ตอบกลับ: 1

จงถือเอาการละกิเลสได้มากน้อย เป็นเครื่องวัดความดี

[คัดลอกลิงก์]

900

กระทู้

1176

โพสต์

4787

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
4787

เข็มประดับยศ 9เข็มประดับยศ 10

สมเด็กองค์ปฐม.jpg
บุคคลผู้ไม่มีศีล ปราศจากการรักษาศีล หรือเข้าใจว่า ตนเองดีกว่าผู้มีศีล จัดเป็น "มิจฉาทิฎฐิ" เป็นคนหลงทาง ห่างจากความสุขในมนุษย์ สวรรค์และพระนิพพานมาก เพราะเหตุว่าผู้มีศีล ได้ชื่อว่าใกล้ต่อพระนิพพานอยู่แล้ว
(คำสอน สมเด็จองค์ปฐม)
( พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน ผู้รวบรวม)
สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสว่า อย่าไปเอาวิชา - ความรู้ - ศักดิ์ศรี - ฐานะ - ตระกูลมาเป็นเครื่องตัดกิเลส เพราะนั่นเป็นสิ่งภายนอก มิใช่ตัวจิตแท้ๆ ใครยึดถือก็เป็นมานะกิเลส ให้พิจารณาถึงตัวจิตล้วนๆ ตามที่สมเด็จองค์ปัจจุบันตรัสไว้ในคิริมานนทสูตรว่า ผู้มีความรู้จักฉลาดสักปานใด ไม่ควรถือตัวว่าเป็นผู้รู้ยิ่งกว่าผู้มีศีลดูกรอานนท์ บุคคลผู้ไม่มีศีล ปราศจากการรักษาศีล หรือเข้าใจว่า ตนเองดีกว่าผู้มีศีล จัดเป็น มิจฉาทิฎฐิ เป็นคนหลงทาง ห่างจากความสุขในมนุษย์ - สวรรค์และพระนิพพานมาก เพราะเหตุว่าผู้มีศีล ได้ชื่อว่าใกล้ต่อพระนิพพานอยู่แล้ว จะถือเอาความรู้และความไม่รู้เป็นเครื่องวัดความดีไม่ได้ ต้องถือเอาการละกิเลสได้เป็นเครื่องวัด เพราะผู้จะเข้าถึงพระนิพพานต้องอาศัยการละกิเลสได้ส่วนเดียว เมื่อละได้แล้ว แม้จักไม่มีความรู้มาก รู้แต่เพียงการละกิเลสได้เท่านั้น ก็อาจถึงพระนิพพานได้ จักเห็นได้ว่าชาวนา - ชาวสวน - ชาวไร่ที่มุ่งเข้ามาปฏิบัติธรรม มิได้มีวิชา - ความรู้ - ศักดิ์ศรี - ฐานะ - ตระกูลเลย แต่เอาจิตที่เต็มไปด้วยศรัทธาเข้ามาปฏิบัติด้วยกำลังใจเต็ม ในศีล - สมาธิ - ปัญญา มุ่งปฏิบัติกันที่จิตโดยตรง อันเป็นธรรมภายในด้วยกันทุกคน ไม่เอาธรรมภายนอก ๕ อย่างนั้นมาใช้ตัดกิเลส จัดได้ว่าเป็นหนูประเภทที่สอง คือ มิได้ขุด แต่ได้อยู่
สมเด็จองค์ปัจจุบัน ทรงตรัสสอนพระอานนท์เรื่องหนู มี ๔ ประเภท มีความโดยย่อว่า
หนูประเภทที่ ๑ มันขุด (รู) แต่มิได้อยู่ คือ พวกรู้ปริยัติ แต่มิได้ปฏิบัติ
หนูประเภทที่ ๒ มันมิได้ขุดด้วย แต่ได้อยู่ คือ พวกไม่รู้ปริยัติ แต่มุ่งปฏิบัติอย่างเดียว
หนูประเภทที่ ๓ มันขุดด้วย และได้อยู่ด้วย คือ พวกรู้ปริยัติ และปฏิบัติด้วย
หนูประเภทที่ ๔ มันไม่ได้ขุด และไม่ได้อยู่ คือ พวกไม่รู้ทั้งปริยัติ และไม่ปฏิบัติด้วย
ที่ผมยกเอาพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จองค์ปฐม และสมเด็จองค์ปัจจุบันมาอ้าง ก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ตรวจสอบอารมณ์จิตของตนเองว่า ในขณะปัจจุบันนี้เราเป็นหนูประเภทไหนกันแน่ ส่วนตัวผมมีความเห็นว่ามีทั้ง ๓ ประเภทแรก คือประเภทแรก ได้ขุด แต่มิได้อยู่ มีมาก เพราะได้รับพระธรรมคำสั่งสอนจากหลวงพ่อฤๅษีโดยตรง และโดยอ้อมจากหนังสือและเทปคำสอนของท่านมากมาย บวกกับมีการสนทนาธรรม เพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้นกันอีก ๑๖ ปีแล้ว แต่ก็ยังขี้เกียจปฏิบัติเพื่อให้เกิดมรรคผลนิพพาน มรรคนั้นรู้แสนที่จะรู้ (ปริยัติ) แต่ยังไม่ยอมปฏิบัติให้เกิดผล หรือปฏิบัติแบบถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง มิได้เอาจริงเอาจัง จัดว่าเป็นผู้ประมาทในชีวิต เท่ากับประมาทในพระธรรม คำสั่งสอนของพระองค์ทั้งหมด ๘๔,๐๐๐ บท
หนูประเภท ๒ มิได้ขุดแต่ได้อยู่ อย่างที่องค์สมเด็จทรงตรัสไว้แล้วเรื่องชาวนา - ชาวสวน ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน จัดว่าเป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต
หนูประเภท ๓ ได้ขุดด้วยและได้อยู่ด้วย ส่วนตัวผมเห็นว่ามีน้อย หาได้ยากเต็มที
หนูประเภท ๔ เป็นพวกไม่ศรัทธาในพระองค์ พระองค์จึงไม่โปรดสอนพวกนี้ ก็จงอย่าไปสนใจ ให้ระวังอารมณ์จิตของเราเอาไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันเผลอหลุดเข้าไปอยู่ในหนูประเภทที่ ๔ เข้าก็แล้วกัน

cr facebook : Opas Ninyawee

0

กระทู้

425

โพสต์

1519

เครดิต

Legend World

Rank: 6Rank: 6

เครดิต
1519
โพสต์ 12-11-2014 09:00:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สาธุธรรมครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | [ สมัครสมาชิก ]

รายละเอียดเครดิต

แผนผังเว็บไซต์|ติดต่อทีมงาน|อริยะธรรม  
Follow us : Facebook Twitter Google+ Instagram Pinterest Youtube Delicious

GMT+7, 14-12-2017 05:36 , Processed in 0.083570 second(s), 26 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้